9/04/2557
ธุรกิจ รับจัดงานแต่งงาน สิริออร์แกไนซ์ (Siri Organize)
7/17/2557
สิริ ฟอร์เร้นท์ บริการให้เช่าโดยมีสินค้าไว้คอยบริการมากมาย อาทิเช่น โต๊ะ เก้าอี้ เต็นท์ พัดลมไอน้ำ อุปกรณ์จัดงาน อุปกรณ์จัดเลี้ยง อุปกรณ์เสริม เช่นผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมเก้าอี้สีขาว โบว์ผูกเก้าอี้สีต่างๆ บริการจับระบาย จับจีบ ผูกผ้า โยงผ้าตกแต่งสถานที่ โยงผ้าเต็นท์ อุปกรณ์จัดงาน เรามีอุปกรณ์ตกแต่งานต่างๆ
- เต้นท์ทรงโค้งแบบครึ่งวงกลม-สีขาว ขนาด 3 x 6 / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต้นท์ทรงโค้งแบบครึ่งวงกลม-สีขาว ขนาด 4 x 8 / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงโค้งแบบครึ่งวงกลม-สีขาว ขนาด 5 x 12 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงปิรามิด-สีขาว (ไม่ติดโลโก้) ขนาด 3 x 3 เมตร
- เต็นท์ทรงปิรามิด-สีขาว (ไม่ติดโลโก้) ขนาด 4 x 4 เมตร
- เต็นท์ทรงปิรามิด-สีขาว (ไม่ติดโลโก้) ขนาด 5 x 5 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี่-สีขาว ขนาด 3 x 3 เมตร / เสาสูง 2.0 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี่-สีขาว ขนาด 4 x 4 เมตร / เสาสูง 2.50 – 3.00 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี่-สีขาว ขนาด 5 x 5 เมตร / เสาสูง 2.50 – 3.00 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี-สีขาว ขนาด 6 x 6 เมตร / เสาสูง 2.50 – 3.00 เมตร
- เต็นท์ขนาดใหญ่ทรงโค้ง-สีขาว ขนาด 10 x 20 เมตร / เสาสูง 3.0 – 3.50 เมตร
- เต็นท์ทรงจั่ว-สีขาว ขนาด 3 x 6 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงจั่ว-สีขาว ขนาด 4 x 8 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงจั่ว-สีขาว ขนาด 5 x 12 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์อื่น ๆ ฯลฯ .....
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมโต๊ะ + เก้าอี้พลาสติกมีพนักพิง 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้พลาสติกมีพนักพิงพร้อมผ้าคลุมเก้าอี้ 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้พลาสติกมีพนักพิงพร้อมผ้าคลุมเก้าอี้ + แชร์โบว์ 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้เบาะนามมีพนักพิง 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้เบาะนามมีพนักพิง 8 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- โต๊ะโฟเมก้าทรงเหลี่ยมหน้าขาว คลุมผ้าสเกิร์ต ขนาด 1.80 x 0.75 เมตร
- โต๊ะโฟเมก้าทรงเหลี่ยมหน้าขาว คลุมผ้าสเกิร์ต ขนาด 1.20 x 0.60 เมตร
- เก้าอี้พลาสติก-สีขาว
- เก้าอี้พลาสติก-สีขาว + ผ้าคลุมเก้าอี้-สีขาว
- เก้าอี้เบาะนวม
- ผ้าแชร์โบว์ผูกเก้าอี้พลาสติก
- ผ้าแชร์โบว์ผูกเก้าอี้เบาะนวม
- ร่มเมืองเหนือ ผ้าดิบ-สีขาว
- ร่มฝรั่ง-สีขาว
- พัดลมไอน้ำ (แบบเติมน้ำ) มีถังน้ำในตัว
- พัดลมธรรมดา ขนาดใหญ่ 24 นิ้ว
- แอร์เคลื่อนที่ (ตั้งพื้น)
- ชุดโซฟา รับแขก พร้อมโต๊ะกลางฃ
- อาสนะพระสงฆ์มีพนักพิง 9 ชุด
- ผ้าเบาะปูอาสนะ
- ชุดโต๊ะหมู่บูชาสีครีมทอง
- พระพุทธรูป เชิงเทียน แจกัน
- กระถางธูป ชุดน้ำ-น้ำชา
- ที่จุดเทียนชนวน ที่กรวดน้ำ กระโถน
- ขันน้ำมนต์ ธูป เทียน ตลับแป้งเจิมพร้อมแป้งเจิม
- พรมเปอร์เซีย หลายสีหลายขนาด
- ชุดตั่งรดน้ำสงข์
- ชุดกะไหล่ทองเหลืองชุบทอง ครบเซท
- สแตนด์เหล็กจัดดอกไม้ ปรับได้ ขนาดสูง 1 เมตร ปรับได้ 1.35 เมตร
- กระถางจัดดอกไม้ มีหลายขนาด เล็ก กลาง ใหญ่
- ซุ้มโค้งจัดดอกไม้
- จักรยานจัดดอกไม้เหล็กดัด
- รถเข็นจัดดอกไม้เหล็กดัด
- สแตนแขวนกรงนกพร้อมกรงนกหลายขนาด เล็ก กลาง ใหญ่
- ฟลาวเวอร์บอล
- ฯลฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ธุรกิจ บริการให้เช่า เช่าโต๊ะ เช่าเก้าอี้ เช่าเต็นท์ อุปกรณ์จัดงานครบวงจร
สิริ ฟอร์เร้นท์ บริการให้เช่าโดยมีสินค้าไว้คอยบริการมากมาย อาทิเช่น โต๊ะ เก้าอี้ เต็นท์ พัดลมไอน้ำ อุปกรณ์จัดงาน อุปกรณ์จัดเลี้ยง อุปกรณ์เสริม เช่นผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมเก้าอี้สีขาว โบว์ผูกเก้าอี้สีต่างๆ บริการจับระบาย จับจีบ ผูกผ้า โยงผ้าตกแต่งสถานที่ โยงผ้าเต็นท์ อุปกรณ์จัดงาน เรามีอุปกรณ์ตกแต่งานต่างๆ
- เต้นท์ทรงโค้งแบบครึ่งวงกลม-สีขาว ขนาด 3 x 6 / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต้นท์ทรงโค้งแบบครึ่งวงกลม-สีขาว ขนาด 4 x 8 / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงโค้งแบบครึ่งวงกลม-สีขาว ขนาด 5 x 12 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงปิรามิด-สีขาว (ไม่ติดโลโก้) ขนาด 3 x 3 เมตร
- เต็นท์ทรงปิรามิด-สีขาว (ไม่ติดโลโก้) ขนาด 4 x 4 เมตร
- เต็นท์ทรงปิรามิด-สีขาว (ไม่ติดโลโก้) ขนาด 5 x 5 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี่-สีขาว ขนาด 3 x 3 เมตร / เสาสูง 2.0 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี่-สีขาว ขนาด 4 x 4 เมตร / เสาสูง 2.50 – 3.00 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี่-สีขาว ขนาด 5 x 5 เมตร / เสาสูง 2.50 – 3.00 เมตร
- เต็นท์ทรงสูงสไตล์เซนจูรี-สีขาว ขนาด 6 x 6 เมตร / เสาสูง 2.50 – 3.00 เมตร
- เต็นท์ขนาดใหญ่ทรงโค้ง-สีขาว ขนาด 10 x 20 เมตร / เสาสูง 3.0 – 3.50 เมตร
- เต็นท์ทรงจั่ว-สีขาว ขนาด 3 x 6 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงจั่ว-สีขาว ขนาด 4 x 8 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์ทรงจั่ว-สีขาว ขนาด 5 x 12 เมตร / เสาสูง 2.50 เมตร
- เต็นท์อื่น ๆ ฯลฯ .....
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมโต๊ะ + เก้าอี้พลาสติกมีพนักพิง 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้พลาสติกมีพนักพิงพร้อมผ้าคลุมเก้าอี้ 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้พลาสติกมีพนักพิงพร้อมผ้าคลุมเก้าอี้ + แชร์โบว์ 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้เบาะนามมีพนักพิง 10 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- ชุดโต๊ะกลม พร้อมผ้าคลุมหน้าโต๊ะ + เก้าอี้เบาะนามมีพนักพิง 8 ตัว ขนาดหน้ากว้าง 1.20 เมตร
- โต๊ะโฟเมก้าทรงเหลี่ยมหน้าขาว คลุมผ้าสเกิร์ต ขนาด 1.80 x 0.75 เมตร
- โต๊ะโฟเมก้าทรงเหลี่ยมหน้าขาว คลุมผ้าสเกิร์ต ขนาด 1.20 x 0.60 เมตร
- เก้าอี้พลาสติก-สีขาว
- เก้าอี้พลาสติก-สีขาว + ผ้าคลุมเก้าอี้-สีขาว
- เก้าอี้เบาะนวม
- ผ้าแชร์โบว์ผูกเก้าอี้พลาสติก
- ผ้าแชร์โบว์ผูกเก้าอี้เบาะนวม
- ร่มเมืองเหนือ ผ้าดิบ-สีขาว
- ร่มฝรั่ง-สีขาว
- พัดลมไอน้ำ (แบบเติมน้ำ) มีถังน้ำในตัว
- พัดลมธรรมดา ขนาดใหญ่ 24 นิ้ว
- แอร์เคลื่อนที่ (ตั้งพื้น)
- ชุดโซฟา รับแขก พร้อมโต๊ะกลางฃ
- อาสนะพระสงฆ์มีพนักพิง 9 ชุด
- ผ้าเบาะปูอาสนะ
- ชุดโต๊ะหมู่บูชาสีครีมทอง
- พระพุทธรูป เชิงเทียน แจกัน
- กระถางธูป ชุดน้ำ-น้ำชา
- ที่จุดเทียนชนวน ที่กรวดน้ำ กระโถน
- ขันน้ำมนต์ ธูป เทียน ตลับแป้งเจิมพร้อมแป้งเจิม
- พรมเปอร์เซีย หลายสีหลายขนาด
- ชุดตั่งรดน้ำสงข์
- ชุดกะไหล่ทองเหลืองชุบทอง ครบเซท
- สแตนด์เหล็กจัดดอกไม้ ปรับได้ ขนาดสูง 1 เมตร ปรับได้ 1.35 เมตร
- กระถางจัดดอกไม้ มีหลายขนาด เล็ก กลาง ใหญ่
- ซุ้มโค้งจัดดอกไม้
- จักรยานจัดดอกไม้เหล็กดัด
- รถเข็นจัดดอกไม้เหล็กดัด
- สแตนแขวนกรงนกพร้อมกรงนกหลายขนาด เล็ก กลาง ใหญ่
- ฟลาวเวอร์บอล
- ฯลฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
7/11/2555
“แบรนด์ เป็นเหมือนเข็มทิศ ช่วยให้องค์กรสร้างตัวเองอย่างมีสติ มีทิศทางที่ถูกต้อง ช่วยขมวดทุกอย่างที่อยากจะพูด ให้แคบและกระจ่างที่สุด ก่อนถ่ายทอดออกไปสู่ภายนอก”
“แบรนด์ที่ดีต้องเป็นสัญลักษณ์แห่งความปรารถนา”
“ไม่ใช่แค่แบรนด์ใหญ่ๆ แต่เอสเอ็มอีหลายรายก็มาหาเรา”
“เวลาทำอะไรเราต้องมอบให้เกิน 100 ลูกค้าคาดหวังแค่นี้ แต่เราต้องให้มากกว่าสิ่งที่เขาคาดหวัง”
“การทำอะไรให้ลูกค้าไม่ใช่วัดจากจำนวนเงินที่เขามี ไม่ว่าจะมี 10 ล้านหรือ 10 บาท แต่เราก็ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา ทุ่มเทใจให้เขา เหมือนการได้คู่แต่งงานที่รักกันจริง เราไม่มองเรื่องธุรกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หวังในความสำเร็จของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง เขาต้องพึงพอใจและธุรกิจเขาต้องดีขึ้น”
“ผมคิดว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้ เราต้องมีเพื่อน ผมไม่ถือว่าเรามีคู่แข่งขัน แต่ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนกันได้หมด บางครั้งเราร่วมมือทำโปรเจคเดียวกัน เราคุยภาษาเดียวกัน คุณเก่งเรื่องนี้คุณไปทำ เราเก่งเรื่องนี้ ชำนาญเรื่องนี้ก็ให้เราทำ ทำแบบนี้ สนุก และมีความสุข ธุรกิจก็ต่อยอดไปได้ไกล”
..............................
Key to success
ทำธุรกิจให้สำเร็จแบบนักสร้างแบรนด์
๐ วางแผนก่อนทำ อย่าบุ่มบ่ามกระโดดไปทำโดยไม่มีแผน
๐ ทบทวนตัวเอง หาจุดเด่น หาความแตกต่าง
๐ สร้างแบรนด์ ก็คือ การเล่านิทานของธุรกิจ
๐ เลือกนิทานเรื่องไหน ก็ยึดเรื่องนั้นอย่าเปลี่ยน
๐ ตั้งสติ หาจุดยืน ถ้ายังไม่รู้ก็หาที่ปรึกษา
๐ ทำแบรนด์ให้คมที่สุด แคบที่สุด ชัดที่สุด ก่อนกระจายสู่ภายนอก
“สร้างแบรนด์” สร้างมูลค่า สู่ SMEs มืออาชีพ
“แบรนด์ เป็นเหมือนเข็มทิศ ช่วยให้องค์กรสร้างตัวเองอย่างมีสติ มีทิศทางที่ถูกต้อง ช่วยขมวดทุกอย่างที่อยากจะพูด ให้แคบและกระจ่างที่สุด ก่อนถ่ายทอดออกไปสู่ภายนอก”
“แบรนด์ที่ดีต้องเป็นสัญลักษณ์แห่งความปรารถนา”
“ไม่ใช่แค่แบรนด์ใหญ่ๆ แต่เอสเอ็มอีหลายรายก็มาหาเรา”
“เวลาทำอะไรเราต้องมอบให้เกิน 100 ลูกค้าคาดหวังแค่นี้ แต่เราต้องให้มากกว่าสิ่งที่เขาคาดหวัง”
“การทำอะไรให้ลูกค้าไม่ใช่วัดจากจำนวนเงินที่เขามี ไม่ว่าจะมี 10 ล้านหรือ 10 บาท แต่เราก็ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา ทุ่มเทใจให้เขา เหมือนการได้คู่แต่งงานที่รักกันจริง เราไม่มองเรื่องธุรกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หวังในความสำเร็จของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง เขาต้องพึงพอใจและธุรกิจเขาต้องดีขึ้น”
“ผมคิดว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้ เราต้องมีเพื่อน ผมไม่ถือว่าเรามีคู่แข่งขัน แต่ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนกันได้หมด บางครั้งเราร่วมมือทำโปรเจคเดียวกัน เราคุยภาษาเดียวกัน คุณเก่งเรื่องนี้คุณไปทำ เราเก่งเรื่องนี้ ชำนาญเรื่องนี้ก็ให้เราทำ ทำแบบนี้ สนุก และมีความสุข ธุรกิจก็ต่อยอดไปได้ไกล”
..............................
Key to success
ทำธุรกิจให้สำเร็จแบบนักสร้างแบรนด์
๐ วางแผนก่อนทำ อย่าบุ่มบ่ามกระโดดไปทำโดยไม่มีแผน
๐ ทบทวนตัวเอง หาจุดเด่น หาความแตกต่าง
๐ สร้างแบรนด์ ก็คือ การเล่านิทานของธุรกิจ
๐ เลือกนิทานเรื่องไหน ก็ยึดเรื่องนั้นอย่าเปลี่ยน
๐ ตั้งสติ หาจุดยืน ถ้ายังไม่รู้ก็หาที่ปรึกษา
๐ ทำแบรนด์ให้คมที่สุด แคบที่สุด ชัดที่สุด ก่อนกระจายสู่ภายนอก
สัดส่วนที่สามารถจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง
เงินกู...หรือ...เงินกู้...!?
สัดส่วนที่สามารถจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง
6/07/2555
“โพสต์ทูเดย์” จับมือ “กสิกรไทย” จัดงาน Post Today-K SME & Franchise Expo 2012 ในวันที่ 23-24 มิถุนายนนี้ ณ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ระบุช่วยสร้างโอกาสแก่ผู้อยากมีอาชีพและธุรกิจของตัวเอง
นายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยจัดงาน Post Today-K SME & Franchise Expo 2012 ในวันที่ 23-24 มิถุนายน 2555 นี้ ณ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือผู้ที่ต้องการจะต่อยอดธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า คาดว่างานนี้จะมีผู้สนใจเข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 5,000 คน
ทั้งนี้ ภายในงานจะเป็นการรวบรวมสุดยอดเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการให้ครบในทุกธุรกิจและในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกบูทจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์หลากหลายประเภท รวมทั้งมีกิจกรรม Lifestyle Workshop สร้างอาชีพ การเปิดวิสัยทัศน์จากนักธุรกิจและดาราเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งศาสตร์ฮวงจุ้ยสำหรับเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจจากซินแสชื่อดัง
ด้านนายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภายในงานจะมีการออกบูทแฟรนไชส์ชื่อดังกว่า 48 รายที่เข้าร่วมโครงการกับธนาคาร การสร้างร้านค้าบนโลกออนไลน์โดย Google เปิดทำเว็บไซต์ฟรีให้ผู้ที่สนใจ
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมมานำเสนอในงาน เช่น บริการ K-SME Start-up Solutions ซึ่งเป็นแพกเกจที่รวมทั้งเรื่องเงิน และองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ K-SME Franchise Credit สินเชื่อสำหรับผู้ทำธุรกิจ แฟรนไชส์ที่ครบวงจร เป็นต้น นอกจากนั้น ทุกท่านที่มาในงานสามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจได้ฟรีจากเจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทย รวมทั้งจากผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานพันธมิตรของธนาคารทั้งภาครัฐ และเอกชน
จัดมหกรรม SMEs Franchise สร้างโอกาสธุรกิจ
“โพสต์ทูเดย์” จับมือ “กสิกรไทย” จัดงาน Post Today-K SME & Franchise Expo 2012 ในวันที่ 23-24 มิถุนายนนี้ ณ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ระบุช่วยสร้างโอกาสแก่ผู้อยากมีอาชีพและธุรกิจของตัวเอง
นายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยจัดงาน Post Today-K SME & Franchise Expo 2012 ในวันที่ 23-24 มิถุนายน 2555 นี้ ณ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือผู้ที่ต้องการจะต่อยอดธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า คาดว่างานนี้จะมีผู้สนใจเข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 5,000 คน
ทั้งนี้ ภายในงานจะเป็นการรวบรวมสุดยอดเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการให้ครบในทุกธุรกิจและในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกบูทจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์หลากหลายประเภท รวมทั้งมีกิจกรรม Lifestyle Workshop สร้างอาชีพ การเปิดวิสัยทัศน์จากนักธุรกิจและดาราเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งศาสตร์ฮวงจุ้ยสำหรับเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจจากซินแสชื่อดัง
ด้านนายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภายในงานจะมีการออกบูทแฟรนไชส์ชื่อดังกว่า 48 รายที่เข้าร่วมโครงการกับธนาคาร การสร้างร้านค้าบนโลกออนไลน์โดย Google เปิดทำเว็บไซต์ฟรีให้ผู้ที่สนใจ
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมมานำเสนอในงาน เช่น บริการ K-SME Start-up Solutions ซึ่งเป็นแพกเกจที่รวมทั้งเรื่องเงิน และองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ K-SME Franchise Credit สินเชื่อสำหรับผู้ทำธุรกิจ แฟรนไชส์ที่ครบวงจร เป็นต้น นอกจากนั้น ทุกท่านที่มาในงานสามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจได้ฟรีจากเจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทย รวมทั้งจากผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานพันธมิตรของธนาคารทั้งภาครัฐ และเอกชน
5/05/2555
ซึ่งหลักการพิจารณาสินเชื่อธนาคารส่วนใหญ่จะพิจารณาสินเชื่อหรือเงินกู้แก่โครงการธุรกิจใดหรือไม่นั้น เข้ามีหลักการที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะกู้จากสถาบันการเงินไหนก็ตาม โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาจากปัจจัยการดำเนินงานตามหลัก 6 C's อันประกอบไปด้วย
C1 หรือ Characteristic
พิจารณาคุณสมบัติของโครงการและตัวผู้กู้เงิน ว่ามีความน่าสนใจ รวมถึงโครงการธุรกิจมีความเป็นไปได้หรือไม่เพียงใด และมีเครดิตที่ดีพอหรือไม่
C2 หรือ Capacity
คือการวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจว่ามีความสามารถที่จะหาเงินหรือรายได้จากการดำเนินโครงการธุรกิจ ได้มากน้อยเพียงใด มีความเหมาะสมกับความสามารถที่จะหาเงินมาชำระหนี้คืนธนาคารได้หรือไม่ เพียงใด
C3 หรือ Capital
คือการวิเคราะห์เกี่ยวกับมูลค่าโครงการและการใช้เงินลงทุนในโครงการธุรกิจ จากแผนการใช้จ่ายเงินลงทุน รวมถึงเงินที่ใช้จ่ายหมุนเวียนในธุรกิจ ว่ามีสัดส่วนการใช้เงินลงทุนที่เป็นส่วนของเจ้าของ เมื่อเปรียบเทียบกับเงินกู้เป็นเท่าไหร่ ซึ่งหลักการนี้จะต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม
C4 หรือ Collateral
คือหลักทรัพย์ที่ใช้ในการค้ำประกับเงินกู้ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องมีการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์หรือหลักประกันเท่าไหร่ ด้วยวิธีการของแต่ละธนาคาร ส่วนใหญ่จะใ้้ช้เกณฑ์ของธนาคารเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากหลักประกันน้อยก็อาจจะส่งผลถึงเงินกู้ก็จะ้ต้องน้อยไปด้วยเช่นเดียวกัน เพราะธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูง
C5 หรือ Condition
ก็คือเงื่อนไขสำคัญต่างๆ ของโครงการธุรกิจ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจทางทางตรงและทางอ้อม ซึ่งธนาคารอาจจะพิจารณาจากภาพรวมธุรกิจ ตลาด และคู่แข่งขัน รวมถึงการเข้าทำตลาดว่ามีความเป็นไปได้หรือสอดคล้องกับสภาพธุรกิจในปัจจุบันหรือไม่ ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึงเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้งาน การให้บริการ รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ว่ามีความชัดเจนหรือไม่อย่างไร
C6 หรือ Country
คือ ทำเล สถานที่ตั้งหรือภูมิศาสตร์ ว่าอยู่ในสถานที่หรือทำเลที่ดีหรือไม่ มีภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจนี้หรือไม่อย่างไร รวมไปถึง ความหนาแน่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คู่แข่งขัน สภาพเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางสังคม การเมือง รวมถึงไปวัฒนธรรมพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร มีความสอดคล้องหรือเข้ากันได้กับโครงการธุรกิจหรือไม่อย่างไร
ซึ่งจากหลักการวิเคราะห์โอกาสการการพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการธุรกิจ โดยธนาคารจะดูจากข้อมูลของแผนธุรกิจ หรือ Business Plan ของผู้ที่ยื่นกู้นั้นเอง หากผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจหรือทำโครงการธุรกิจใหม่ ถ้าไม่มีแผนธุรกิจ ก็อย่าหวังว่าจะได้เงินกู้จากธนาคารได้อย่างแน่นอน เพราะธนาคารส่วนใหญ่ถือเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อโครงการธุรกิจตามแผนธุรกิจ เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นนโยบายของธนาคารส่วนใหญ่ และมีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้
จากที่กล่าวมาทั้งหมด การที่ SMEs มีความประสงค์ที่จะเริ่มต้นธุรกิจโดยการลงทุนทำธุรกิจและต้องการขอรับการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ผู้ประกอบการ SMEs จึงมีความจำเป็นจะ้ต้องทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมในเรื่องของ หลัก 6 C's เป็นสำคัญ เพราะถือว่าเป็น Key Success หรือ กุญแจแห่งความสำเร็จที่จะทำให้ SMEs กู้เิงินจากธนาคารได้ และที่สำัคัญ ควรเริ่มที่จะต้องวางแผนธุรกิจโดยการตระเตรียมข้อมูลตามโครงสร้างแผนธุรกิจ การเน้นรายละเอียดและการเตรียมพร้อมในด้าน 6 C's เพื่อตอบโจทย์ให้กับธนาคาร ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว โอกาสของการเริ่มต้นธุรกิจ โดยมีเงินทุนสนับสนุนจากธนาคาร ก็คงไม่ไกลเกินฝัน สำหรับ SMEs มือใหม่
โดย : SMEssmart.com
เคล็ดลับวิธีการหาเงินกู้มาจากธนาคาร เพื่อมาทำโครงการธุรกิจ SMEs
ซึ่งหลักการพิจารณาสินเชื่อธนาคารส่วนใหญ่จะพิจารณาสินเชื่อหรือเงินกู้แก่โครงการธุรกิจใดหรือไม่นั้น เข้ามีหลักการที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะกู้จากสถาบันการเงินไหนก็ตาม โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาจากปัจจัยการดำเนินงานตามหลัก 6 C's อันประกอบไปด้วย
C1 หรือ Characteristic
พิจารณาคุณสมบัติของโครงการและตัวผู้กู้เงิน ว่ามีความน่าสนใจ รวมถึงโครงการธุรกิจมีความเป็นไปได้หรือไม่เพียงใด และมีเครดิตที่ดีพอหรือไม่
C2 หรือ Capacity
คือการวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจว่ามีความสามารถที่จะหาเงินหรือรายได้จากการดำเนินโครงการธุรกิจ ได้มากน้อยเพียงใด มีความเหมาะสมกับความสามารถที่จะหาเงินมาชำระหนี้คืนธนาคารได้หรือไม่ เพียงใด
C3 หรือ Capital
คือการวิเคราะห์เกี่ยวกับมูลค่าโครงการและการใช้เงินลงทุนในโครงการธุรกิจ จากแผนการใช้จ่ายเงินลงทุน รวมถึงเงินที่ใช้จ่ายหมุนเวียนในธุรกิจ ว่ามีสัดส่วนการใช้เงินลงทุนที่เป็นส่วนของเจ้าของ เมื่อเปรียบเทียบกับเงินกู้เป็นเท่าไหร่ ซึ่งหลักการนี้จะต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม
C4 หรือ Collateral
คือหลักทรัพย์ที่ใช้ในการค้ำประกับเงินกู้ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องมีการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์หรือหลักประกันเท่าไหร่ ด้วยวิธีการของแต่ละธนาคาร ส่วนใหญ่จะใ้้ช้เกณฑ์ของธนาคารเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากหลักประกันน้อยก็อาจจะส่งผลถึงเงินกู้ก็จะ้ต้องน้อยไปด้วยเช่นเดียวกัน เพราะธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูง
C5 หรือ Condition
ก็คือเงื่อนไขสำคัญต่างๆ ของโครงการธุรกิจ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจทางทางตรงและทางอ้อม ซึ่งธนาคารอาจจะพิจารณาจากภาพรวมธุรกิจ ตลาด และคู่แข่งขัน รวมถึงการเข้าทำตลาดว่ามีความเป็นไปได้หรือสอดคล้องกับสภาพธุรกิจในปัจจุบันหรือไม่ ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึงเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้งาน การให้บริการ รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ว่ามีความชัดเจนหรือไม่อย่างไร
C6 หรือ Country
คือ ทำเล สถานที่ตั้งหรือภูมิศาสตร์ ว่าอยู่ในสถานที่หรือทำเลที่ดีหรือไม่ มีภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจนี้หรือไม่อย่างไร รวมไปถึง ความหนาแน่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คู่แข่งขัน สภาพเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางสังคม การเมือง รวมถึงไปวัฒนธรรมพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร มีความสอดคล้องหรือเข้ากันได้กับโครงการธุรกิจหรือไม่อย่างไร
ซึ่งจากหลักการวิเคราะห์โอกาสการการพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการธุรกิจ โดยธนาคารจะดูจากข้อมูลของแผนธุรกิจ หรือ Business Plan ของผู้ที่ยื่นกู้นั้นเอง หากผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจหรือทำโครงการธุรกิจใหม่ ถ้าไม่มีแผนธุรกิจ ก็อย่าหวังว่าจะได้เงินกู้จากธนาคารได้อย่างแน่นอน เพราะธนาคารส่วนใหญ่ถือเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อโครงการธุรกิจตามแผนธุรกิจ เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นนโยบายของธนาคารส่วนใหญ่ และมีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้
จากที่กล่าวมาทั้งหมด การที่ SMEs มีความประสงค์ที่จะเริ่มต้นธุรกิจโดยการลงทุนทำธุรกิจและต้องการขอรับการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ผู้ประกอบการ SMEs จึงมีความจำเป็นจะ้ต้องทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมในเรื่องของ หลัก 6 C's เป็นสำคัญ เพราะถือว่าเป็น Key Success หรือ กุญแจแห่งความสำเร็จที่จะทำให้ SMEs กู้เิงินจากธนาคารได้ และที่สำัคัญ ควรเริ่มที่จะต้องวางแผนธุรกิจโดยการตระเตรียมข้อมูลตามโครงสร้างแผนธุรกิจ การเน้นรายละเอียดและการเตรียมพร้อมในด้าน 6 C's เพื่อตอบโจทย์ให้กับธนาคาร ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว โอกาสของการเริ่มต้นธุรกิจ โดยมีเงินทุนสนับสนุนจากธนาคาร ก็คงไม่ไกลเกินฝัน สำหรับ SMEs มือใหม่
โดย : SMEssmart.com
5/02/2555
นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึง โครงการ Bai Po Business Awards by Sasin ว่า “เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศยกย่องผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จและสามารถสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจได้อย่างโดดเด่น ธนาคารมุ่งหวังให้รางวัลนี้เป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างวิธีคิด วิธีปฏิบัติให้ผู้ประกอบการไทยรายอื่นๆ รุกพัฒนาศักยภาพธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะก่อให้เกิดมาตรฐานที่ดีและส่งผลให้เกิดการผลักดันระบบเศรษฐกิจให้เติบโตได้ยั่งยืน ทั้งนี้ธนาคารเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น”
นายธิติ เวชแพศย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ กล่าวถึง หลักเกณฑ์การพิจารณาตัดสินว่า “ธุรกิจต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเบื้องต้นของโครงการ และมีความโดดเด่นในมิติที่สำคัญต่อศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและย่อมมิติใดมิติหนึ่งหรือหลายมิติ ประกอบด้วย 1.การให้ความสำคัญต่อลูกค้า (Customer Focus) 2.ความริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม (Innovation) 3.การมีคุณภาพสูงของสินค้าและบริการ (Quality) 4.การตอบสนองและปรับตัวต่อโอกาสและปัญหา (Adaptability to Changes) 5.การสร้างมูลค่า (Value Creation) 6.การสร้างตราสินค้า (Branding) 7.การมีระบบงานที่มีประสิทธิภาพ (Efficiency) 8.ความเป็นผู้นำของผู้บริหารกิจการและการสร้างทีม (Leadership & Team Building) 9.การปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility) และ 10.การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ซึ่งเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตก้าวหน้าและแข็งแกร่ง ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินจะพิจารณามอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยไม่มีการจัดอันดับ และไม่จำกัดจำนวนผู้ได้รับรางวัลในแต่ละปี ”
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ หอการค้าไทย ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาคัดเลือก กล่าวว่า “คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกบริษัทผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจให้มีความโดดเด่น ซึ่งสมควรได้รับรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ในครั้งที่ 6 รวม 5 บริษัท ได้แก่
บริษัทผลิตหลังคาเหล็กที่ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และบริหารธุรกิจด้วยความยึด มั่นในความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ได้รับความรางวัลจากความโดดเด่นในมิติ การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) และการให้ความสำคัญต่อลูกค้า (Customer Focus)
บริษัทที่บริหารจัดการ “ตลาดไท” ตลาดกลางซื้อขายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในอาเซียน ทำให้ “ตลาดไท” โดดเด่นและเป็นที่รู้จักทั้งในด้านความครบครันและคุณภาพของสินค้า ได้รับรางวัลจากความโดดเด่นในมิติ ความคิดริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม (Innovation) การสร้างมูลค่า (Value Creation) การสร้างตราสินค้า (Branding) และการปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility)
บริษัทซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายเพชรและเครื่องประดับเพชรจากรูปแบบเดิมมา จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้า โดยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าให้กับผู้ซื้อ ได้รับรางวัลจากความโดดเด่นในมิติความคิดริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม (Innovation) การมีคุณภาพสูงในสินค้าและบริการ (Quality) และการสร้างตราสินค้า (Branding)
บริษัทที่ให้บริการเรือโดยสารสาธารณะมานานกว่า 40 ปี ซึ่งพัฒนารูปแบบและการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการ บริการที่ปลอดภัยรวดเร็วและทันสมัย ได้รับความรางวัลจากความโดดเด่นในมิติการให้ความสำคัญต่อลูกค้า (Customer Focus) การสร้างมูลค่า (Value Creation) ความเป็นผู้นำของผู้บริหารกิจการและการสร้างทีม (Leadership & Team Building) และการปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility)
บริษัทที่นำเข้าเครื่องถ่ายเอกสารใช้แล้วจากต่างประเทศ มาผ่านกระบวนการ Recondition ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Eco Copy ผสมผสานความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ได้รับรางวัลจากความโดดเด่นในมิติการสร้างมูลค่า (Value Creation) และการปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility)
ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตภายใต้ความสามารถในการบริหารจัดการทีมงาน การริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าให้สินค้า การให้ความสำคัญและเข้าถึงความต้องการของลูกค้า และการปฏิบัติดีต่อสังคม”
ข่าวจาก : SCB
5 ธุรกิจเอสเอ็มอีไทย สร้างความแตกต่างในธุรกิจ ครองรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin” ครั้งที่ 6
นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึง โครงการ Bai Po Business Awards by Sasin ว่า “เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศยกย่องผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จและสามารถสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจได้อย่างโดดเด่น ธนาคารมุ่งหวังให้รางวัลนี้เป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างวิธีคิด วิธีปฏิบัติให้ผู้ประกอบการไทยรายอื่นๆ รุกพัฒนาศักยภาพธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะก่อให้เกิดมาตรฐานที่ดีและส่งผลให้เกิดการผลักดันระบบเศรษฐกิจให้เติบโตได้ยั่งยืน ทั้งนี้ธนาคารเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น”
นายธิติ เวชแพศย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ กล่าวถึง หลักเกณฑ์การพิจารณาตัดสินว่า “ธุรกิจต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเบื้องต้นของโครงการ และมีความโดดเด่นในมิติที่สำคัญต่อศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและย่อมมิติใดมิติหนึ่งหรือหลายมิติ ประกอบด้วย 1.การให้ความสำคัญต่อลูกค้า (Customer Focus) 2.ความริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม (Innovation) 3.การมีคุณภาพสูงของสินค้าและบริการ (Quality) 4.การตอบสนองและปรับตัวต่อโอกาสและปัญหา (Adaptability to Changes) 5.การสร้างมูลค่า (Value Creation) 6.การสร้างตราสินค้า (Branding) 7.การมีระบบงานที่มีประสิทธิภาพ (Efficiency) 8.ความเป็นผู้นำของผู้บริหารกิจการและการสร้างทีม (Leadership & Team Building) 9.การปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility) และ 10.การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ซึ่งเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตก้าวหน้าและแข็งแกร่ง ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินจะพิจารณามอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยไม่มีการจัดอันดับ และไม่จำกัดจำนวนผู้ได้รับรางวัลในแต่ละปี ”
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ หอการค้าไทย ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาคัดเลือก กล่าวว่า “คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกบริษัทผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจให้มีความโดดเด่น ซึ่งสมควรได้รับรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ในครั้งที่ 6 รวม 5 บริษัท ได้แก่
บริษัทผลิตหลังคาเหล็กที่ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และบริหารธุรกิจด้วยความยึด มั่นในความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ได้รับความรางวัลจากความโดดเด่นในมิติ การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) และการให้ความสำคัญต่อลูกค้า (Customer Focus)
บริษัทที่บริหารจัดการ “ตลาดไท” ตลาดกลางซื้อขายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในอาเซียน ทำให้ “ตลาดไท” โดดเด่นและเป็นที่รู้จักทั้งในด้านความครบครันและคุณภาพของสินค้า ได้รับรางวัลจากความโดดเด่นในมิติ ความคิดริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม (Innovation) การสร้างมูลค่า (Value Creation) การสร้างตราสินค้า (Branding) และการปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility)
บริษัทซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายเพชรและเครื่องประดับเพชรจากรูปแบบเดิมมา จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้า โดยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าให้กับผู้ซื้อ ได้รับรางวัลจากความโดดเด่นในมิติความคิดริเริ่มที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม (Innovation) การมีคุณภาพสูงในสินค้าและบริการ (Quality) และการสร้างตราสินค้า (Branding)
บริษัทที่ให้บริการเรือโดยสารสาธารณะมานานกว่า 40 ปี ซึ่งพัฒนารูปแบบและการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการ บริการที่ปลอดภัยรวดเร็วและทันสมัย ได้รับความรางวัลจากความโดดเด่นในมิติการให้ความสำคัญต่อลูกค้า (Customer Focus) การสร้างมูลค่า (Value Creation) ความเป็นผู้นำของผู้บริหารกิจการและการสร้างทีม (Leadership & Team Building) และการปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility)
บริษัทที่นำเข้าเครื่องถ่ายเอกสารใช้แล้วจากต่างประเทศ มาผ่านกระบวนการ Recondition ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Eco Copy ผสมผสานความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ได้รับรางวัลจากความโดดเด่นในมิติการสร้างมูลค่า (Value Creation) และการปฏิบัติดีต่อสังคม (Social Responsibility)
ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตภายใต้ความสามารถในการบริหารจัดการทีมงาน การริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าให้สินค้า การให้ความสำคัญและเข้าถึงความต้องการของลูกค้า และการปฏิบัติดีต่อสังคม”
ข่าวจาก : SCB
4/30/2555
นริศ ศรีอุเทนชัย นริศ ศรีอุเทนชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วีพีพี โปรเกรสชิฟ จำกัด เผยว่า ปัจจุบัน ร้านดิโอโร่มีสาขารวม 75 แห่ง เปิดโดยบริษัทเอง 73 แห่ง และร้านแฟรนไชส์ต้นแบบ 2 แห่ง ที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาระบบแฟรนไชส์มาอย่างต่อเนื่อง จนปีนี้ มีความพร้อมที่จะเปิดรับผู้
โดยวิธีควบคุมคุณภาพแฟรนไชส์ที่พัฒนาขึ้น ได้นำระบบไอทีมาตรวจสอบและดูแลทุกๆ ด้านผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่จะออนไลน์ตลอดเวลา เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแฟรนไชซอร์ และแฟรนไชส์ซีไว้ด้วยกัน ทั้งการสั่งวัตถุดิบ สต็อกสินค้า ยอดขาย ประวัติสมาชิก ฯลฯ ช่วยให้ทุกสาขามี
ผู้บริหารแฟรนไชส์ดิโอโร่ ระบุว่า หัวใจสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจร้านกาแฟ คือ “ทำเล” ต้องอยู่ในย่านชุมชน สะดวกสบายเรื่องที่จอดรถ โดยเบื้องต้นผู้ลงทุนต้องหาทำเลมานำเสนอ จากนั้น บริษัทจะมีทีมสำรวจความเป็นไปได้ หากผ่านจะเข้าขั้นตอนทำสัญญาร่วมกัน
ด้านรูปแบบแฟรนไชส์เจาะจงต้องเปิดเป็นรูปแบบ “ร้าน” เท่านั้น พื้นที่ตั้งแต่ 16 - 100 ตารางเมตร โดยผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1-2.5 ล้านบาท (แล้วแต่ขนาดร้าน) แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 3.5 แสนบาท อายุสัญญา 5 ปี นอกจากนั้น เป็นค่าตกแต่งร้าน ระบบไอที และค่าอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น หลังเปิดร้านมีการเรียกเก็บค่าสิทธิ (Royalty) 4% ของยอดขาย/เดือน และค่าการตลาด 2% ของยอดขาย/เดือน
“หลักในการคัดกรองผู้มาร่วมธุรกิจกับเรา ต้องมีความพร้อมทั้งเรื่องทำเล เงินทุน และสิ่งสำคัญจะดูที่ “ทัศนคติ” ของเขาก่อน ถ้าเป็นคนที่เข้ามา แล้วตำหนิว่า ทำไมแฟรนไชส์แพงจัง? หรือไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องจ่ายค่าการตลาด? ทำไมต้องหักส่วนแบ่งยอดขาย? หรือคิดแต่จะได้กำไรเป็นอันดับแรก คนกลุ่มนี้ไม่น่าจะใช่ผู้จะมาร่วมธุรกิจกับเราได้ แต่ถ้าเป็นคนที่เข้าใจในระบบแฟรนไชส์ที่ถูกต้อง เขาจะเข้าใจว่า เงินที่หักไปจะถูกนำไปให้คุ้มค่าได้อย่างไร ซึ่งเราจะทำตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ การต่อยอดจัดโปรโมชั่นต่างๆ ส่งเสริมการตลาด รวมถึง จัดอบรมพัฒนาผู้บริหารร้านแฟรนไชส์ ซึ่งวิธีการนี้ จะทำให้แฟรนไชส์ของดิโอโร่มีความแข็งแรงมั่นคง เพราะเราคิดถึงการเป็นคู่ค้ากันในระยะยาว ดังนั้น ทัศนคติของผู้ที่จะร่วม
นอกจากนั้น กำหนดให้แฟรนไชส์ซีต้องรับวัตถุดิบหลัก เช่น กาแฟ ชา โกโก้ ไซรัป แก้วกาแฟ และเบเกอรี่จากบริษัท หรือร้านค้าที่บริษัทอนุมัติเท่านั้น โดยกำไรที่ผู้ลงทุนจะได้รับ หักเฉพาะค่าวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ 50% ของยอดขาย ส่วนกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ประมาณ 15-35% ของยอดขาย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของแต่ละสาขา ซึ่งจากผลกำไรดังกล่าว หากขายได้วันละประมาณ 100 แก้ว แฟรนไชส์ซีจะคืนเงินลงทุนในได้เวลา 2-2.5 ปี ซึ่งจากค่าเฉลี่ยของร้านดิโอโร่ที่ผ่านมา แทบทุกสาขามียอดขายเกิน 100 แก้วต่อวัน ในขณะที่อัตราล้มเหลวของสาขาที่ผ่านมาอยู่ประมาณ 10% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับสาขาที่ประสบความสำเร็จ
“ผมคงไม่สามารถการันตีได้ว่า ทุกสาขาแฟรนไชส์ที่จะมาร่วมลงทุนกับเราจะประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ นำข้อมูลจริงมานำเสนอเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้ลงทุน ซึ่งจากการเปิดสาขาด้วยตัวบริษัทเอง ค่าเฉลี่ยสาขาของเราทุกแห่ง สามารถขายได้วันละ 100 แก้ว ดังนั้น สำหรับผู้มาเป็นแฟรนไชส์ถ้าทำในมาตรฐานและรูปแบบเดียวกันของร้านดิโอโร่ โอกาสที่ร้านจะประสบความสำเร็จจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ส่วนร้านที่เราเปิดแล้วล้มเหลว ก็มีเช่นกันแต่อยู่ในสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญเกิดจากทำเลไม่เหมาะสม ฉะนั้น ผมจึงย้ำว่า สำหรับผู้มาลงทุนแฟรนไชส์ ควรต้องมีทำเลที่เหมาะสม ซึ่งเราจะทำการสำรวจร่วมกัน เพื่อให้ได้ทำเลที่เหมาะสมจริงๆ” ผู้บริหารดิโอโร่ กล่าว
นริศ เผยด้วยว่า ความน่าสนใจต่อการลงทุนแฟรนไชส์ดิโอโร่ มาจากแบรนด์ที่คนทั่วไปรู้จักเป็นอย่างดีแล้ว ในฐานะกาแฟของไทยที่มีรสชาติและคุณภาพไม่เป็นรองต่างชาติ อีกทั้ง ราคาไม่สูงเกินไป นอกจากนั้น ดิโอโร่มีจำนวนลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกกว่าแสนราย ซึ่งคนกลุ่มนี้ชื่นชอบและดื่มกาแฟดิโอโร่เป็นประจำอยู่แล้ว จึงเป็นประโยชน์แก่แฟรนไชส์ซีที่มีฐานลูกค้าเบื้องต้นค่อนข้างแน่นอน รวมถึง ข้อมูลสมาชิกเหล่านี้ ยังสามารถนำไปต่อยอดจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดได้ต่อเนื่อง
สำหรับเป้าในการขยายแฟรนไชส์ในปีนี้ กำหนดไว้ที่ 20-25 สาขา กระจายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับขยายด้วยบริษัทเองในอัตราใกล้เคียงกัน และตั้งเป้าภายในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีร้านแฟรนไชส์ดิโอโร่กระจายอยู่กว่า 100 สาขาทั่วประเทศ “ทุกวันนี้ มีธุรกิจร้านกาแฟ เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก ทั้งรายใหญ่ และรายเล็ก แต่ตลาดของกาแฟสดยังเติบโตไปได้อีกมาก มูลค่าตลาดต่อปีกว่าหมื่นล้านบาท และมีอัตราโตขึ้น 10-20% ทุกๆ ปี เพราะคนรุ่นใหม่ นิยมดื่มกาแฟสดกันมาก รวมถึง ทุกวันนี้ การดื่มกาแฟสดกลายเป็นอีกกิจวัตรของคนไทยไปแล้ว ดังนั้น ผมมั่นใจว่า ตลาดกาแฟสดยังไม่เต็ม แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมาก แต่ในที่สุดแล้ว ผู้บริโภคจะเป็นผู้คัดกรองคุณภาพเองว่า ผู้ผลิตเจ้าใดจะอยู่รอดได้บ้าง” นริศ
แหล่งที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์
'ดิโอโร่' สยายปีกแฟรนไชส์ ปักธง ขายวันละ 100 แก้ว ร้านฉลุย
นริศ ศรีอุเทนชัย นริศ ศรีอุเทนชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วีพีพี โปรเกรสชิฟ จำกัด เผยว่า ปัจจุบัน ร้านดิโอโร่มีสาขารวม 75 แห่ง เปิดโดยบริษัทเอง 73 แห่ง และร้านแฟรนไชส์ต้นแบบ 2 แห่ง ที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาระบบแฟรนไชส์มาอย่างต่อเนื่อง จนปีนี้ มีความพร้อมที่จะเปิดรับผู้
โดยวิธีควบคุมคุณภาพแฟรนไชส์ที่พัฒนาขึ้น ได้นำระบบไอทีมาตรวจสอบและดูแลทุกๆ ด้านผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่จะออนไลน์ตลอดเวลา เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแฟรนไชซอร์ และแฟรนไชส์ซีไว้ด้วยกัน ทั้งการสั่งวัตถุดิบ สต็อกสินค้า ยอดขาย ประวัติสมาชิก ฯลฯ ช่วยให้ทุกสาขามี
ผู้บริหารแฟรนไชส์ดิโอโร่ ระบุว่า หัวใจสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจร้านกาแฟ คือ “ทำเล” ต้องอยู่ในย่านชุมชน สะดวกสบายเรื่องที่จอดรถ โดยเบื้องต้นผู้ลงทุนต้องหาทำเลมานำเสนอ จากนั้น บริษัทจะมีทีมสำรวจความเป็นไปได้ หากผ่านจะเข้าขั้นตอนทำสัญญาร่วมกัน
ด้านรูปแบบแฟรนไชส์เจาะจงต้องเปิดเป็นรูปแบบ “ร้าน” เท่านั้น พื้นที่ตั้งแต่ 16 - 100 ตารางเมตร โดยผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1-2.5 ล้านบาท (แล้วแต่ขนาดร้าน) แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 3.5 แสนบาท อายุสัญญา 5 ปี นอกจากนั้น เป็นค่าตกแต่งร้าน ระบบไอที และค่าอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น หลังเปิดร้านมีการเรียกเก็บค่าสิทธิ (Royalty) 4% ของยอดขาย/เดือน และค่าการตลาด 2% ของยอดขาย/เดือน
“หลักในการคัดกรองผู้มาร่วมธุรกิจกับเรา ต้องมีความพร้อมทั้งเรื่องทำเล เงินทุน และสิ่งสำคัญจะดูที่ “ทัศนคติ” ของเขาก่อน ถ้าเป็นคนที่เข้ามา แล้วตำหนิว่า ทำไมแฟรนไชส์แพงจัง? หรือไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องจ่ายค่าการตลาด? ทำไมต้องหักส่วนแบ่งยอดขาย? หรือคิดแต่จะได้กำไรเป็นอันดับแรก คนกลุ่มนี้ไม่น่าจะใช่ผู้จะมาร่วมธุรกิจกับเราได้ แต่ถ้าเป็นคนที่เข้าใจในระบบแฟรนไชส์ที่ถูกต้อง เขาจะเข้าใจว่า เงินที่หักไปจะถูกนำไปให้คุ้มค่าได้อย่างไร ซึ่งเราจะทำตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ การต่อยอดจัดโปรโมชั่นต่างๆ ส่งเสริมการตลาด รวมถึง จัดอบรมพัฒนาผู้บริหารร้านแฟรนไชส์ ซึ่งวิธีการนี้ จะทำให้แฟรนไชส์ของดิโอโร่มีความแข็งแรงมั่นคง เพราะเราคิดถึงการเป็นคู่ค้ากันในระยะยาว ดังนั้น ทัศนคติของผู้ที่จะร่วม
นอกจากนั้น กำหนดให้แฟรนไชส์ซีต้องรับวัตถุดิบหลัก เช่น กาแฟ ชา โกโก้ ไซรัป แก้วกาแฟ และเบเกอรี่จากบริษัท หรือร้านค้าที่บริษัทอนุมัติเท่านั้น โดยกำไรที่ผู้ลงทุนจะได้รับ หักเฉพาะค่าวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ 50% ของยอดขาย ส่วนกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ประมาณ 15-35% ของยอดขาย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของแต่ละสาขา ซึ่งจากผลกำไรดังกล่าว หากขายได้วันละประมาณ 100 แก้ว แฟรนไชส์ซีจะคืนเงินลงทุนในได้เวลา 2-2.5 ปี ซึ่งจากค่าเฉลี่ยของร้านดิโอโร่ที่ผ่านมา แทบทุกสาขามียอดขายเกิน 100 แก้วต่อวัน ในขณะที่อัตราล้มเหลวของสาขาที่ผ่านมาอยู่ประมาณ 10% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับสาขาที่ประสบความสำเร็จ
“ผมคงไม่สามารถการันตีได้ว่า ทุกสาขาแฟรนไชส์ที่จะมาร่วมลงทุนกับเราจะประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ นำข้อมูลจริงมานำเสนอเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้ลงทุน ซึ่งจากการเปิดสาขาด้วยตัวบริษัทเอง ค่าเฉลี่ยสาขาของเราทุกแห่ง สามารถขายได้วันละ 100 แก้ว ดังนั้น สำหรับผู้มาเป็นแฟรนไชส์ถ้าทำในมาตรฐานและรูปแบบเดียวกันของร้านดิโอโร่ โอกาสที่ร้านจะประสบความสำเร็จจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ส่วนร้านที่เราเปิดแล้วล้มเหลว ก็มีเช่นกันแต่อยู่ในสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญเกิดจากทำเลไม่เหมาะสม ฉะนั้น ผมจึงย้ำว่า สำหรับผู้มาลงทุนแฟรนไชส์ ควรต้องมีทำเลที่เหมาะสม ซึ่งเราจะทำการสำรวจร่วมกัน เพื่อให้ได้ทำเลที่เหมาะสมจริงๆ” ผู้บริหารดิโอโร่ กล่าว
นริศ เผยด้วยว่า ความน่าสนใจต่อการลงทุนแฟรนไชส์ดิโอโร่ มาจากแบรนด์ที่คนทั่วไปรู้จักเป็นอย่างดีแล้ว ในฐานะกาแฟของไทยที่มีรสชาติและคุณภาพไม่เป็นรองต่างชาติ อีกทั้ง ราคาไม่สูงเกินไป นอกจากนั้น ดิโอโร่มีจำนวนลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกกว่าแสนราย ซึ่งคนกลุ่มนี้ชื่นชอบและดื่มกาแฟดิโอโร่เป็นประจำอยู่แล้ว จึงเป็นประโยชน์แก่แฟรนไชส์ซีที่มีฐานลูกค้าเบื้องต้นค่อนข้างแน่นอน รวมถึง ข้อมูลสมาชิกเหล่านี้ ยังสามารถนำไปต่อยอดจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดได้ต่อเนื่อง
สำหรับเป้าในการขยายแฟรนไชส์ในปีนี้ กำหนดไว้ที่ 20-25 สาขา กระจายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับขยายด้วยบริษัทเองในอัตราใกล้เคียงกัน และตั้งเป้าภายในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีร้านแฟรนไชส์ดิโอโร่กระจายอยู่กว่า 100 สาขาทั่วประเทศ “ทุกวันนี้ มีธุรกิจร้านกาแฟ เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก ทั้งรายใหญ่ และรายเล็ก แต่ตลาดของกาแฟสดยังเติบโตไปได้อีกมาก มูลค่าตลาดต่อปีกว่าหมื่นล้านบาท และมีอัตราโตขึ้น 10-20% ทุกๆ ปี เพราะคนรุ่นใหม่ นิยมดื่มกาแฟสดกันมาก รวมถึง ทุกวันนี้ การดื่มกาแฟสดกลายเป็นอีกกิจวัตรของคนไทยไปแล้ว ดังนั้น ผมมั่นใจว่า ตลาดกาแฟสดยังไม่เต็ม แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมาก แต่ในที่สุดแล้ว ผู้บริโภคจะเป็นผู้คัดกรองคุณภาพเองว่า ผู้ผลิตเจ้าใดจะอยู่รอดได้บ้าง” นริศ
แหล่งที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์


