5/05/2554

กู้เงิน หรือการขอกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

| 0 ความคิดเห็น
การขอกู้เงินกับสถาบันการเงินเริ่มจากติดต่อกับฝ่ายสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อเคหะของธนาคาร เพื่อแสดงความจำนงขอกู้ พร้อมทั้งนำหลักฐานยื่นประกอบการขอกู้โดยครบถ้วน ซึ่งหากในวันยื่นกู้เอกสารหลักฐานยื่นประกอบการขอกู้โดยครบถ้วน ซึ่งหากในวันยื่นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไม่ครบจะทำให้ผู้กู้ต้องนำเอกสารมาให้หรือมายื่นกู้ใหม่ในภายหลังและอาจทำให้การวิเคราะห์อนุมัติล่าช้าออกไป หลังจากยื่นกู้แล้วจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการประเมินราคาหลักประกัน

เมื่อยื่นกู้แล้ว ธนาคารหรือสถาบันการเงินจส่งเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินราคาบ้านและที่ดินที่จะนำมาจำนองเป็นหลักประกันโดยทั้วไปใช้แวลาประมาณ 2-7 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารและสถาบันการเงิน

ธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาคำขอกู้โดยจะทำการวิเคราะห์รายได้ ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการผ่อนชำระ และหลักประกันของผู้กู้รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ และจะแจ้งผลการขอกู้ให้ผู้กู้ทราบ โดยปกติทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารและสถาบันการเงิน

เมื่อได้รับอนุมัติกู้แล้ว ผู้กู้จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อมาลงนามในสัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง พร้อมทั้งนัดวันไปทำนิติกรรมจำนองที่สำนักงานที่ดิน

ในวันโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน ผู้กู้ ผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินจะไปพร้อมกันที่สำนักงานที่ดินที่หลักทรัพย์ดั้งอยู่ ทั้งนี้ผู้กู้จะต้องเตรียมเงินเป็นค่าจดทะเบียนจำนองตามปกติร้อยละ 1 ของวงเงินกู้และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิมธิ์ตามปกติร้อยละ 2 ของราคาประเมินของกรมที่ดิน ซึ้งโดยทั่วไปผู้ขายมักจะเป็นผู้จ่ายเว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น

เมื่อทุกขั้นตอนเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะจ่ายเงินกู้ให้ผู้กู้เป็นแคชเชียร์เช็ค เพื่อให้ผู้กู้จ่ายเงินคงเหลือให้กับเจ้าของโครงการ หรือผู้ขาย ต่อไปเมื่อผู้กู้ได้รับเงินกู้แล้ว ผู้กู้ก็จะต้องมีภาระในการผ่อนชำระงวดทุกเดือนภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กับการขอสินเขื่อ

  1. ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอสินเชื่อ

  2. ค่าประเมินมูลค่าหลักประกัน

  3. ค่าธรรมเนียมจำนองของสำนักงานที่ดิน

  4. ค่าประกันอัคคีภัย

  5. ค่าอากรแสตมป์

  6. ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด


ข้อมูลเพิ่มเติมจาก guru.google.co.th

จากคำถามที่ว่า "อยากกู้สินเชื่อซื้อบ้าน"


  • ประการแรก ต้องมี STATEMENT เงินเข้าออกในสมุดเงินฝากของคุณทุกเดือนโชว์ให้เห็นสักสองามปี

  • ประการที่สอง อาชีพที่มั่นคงจะได้รับการพิจารณาโดยมีคะแนนสูงคือ ข้าราชการประจำ เช่นนายแพทย์ ผู้พิพากษา อัยการ อาจารย์ ฝ่ายปกครอง พวกซีสูงๆทุกกระทรวง พ่อค้ารายได้ดีมีเงินเข้าออกมากๆ พนักงานประจำ(เอกชน)ที่เงินได้สูงเพื่อดูความสามารถในการชำระหนี้

  • ประการที่สาม หลักประกัน บ้านที่ดิน** การทำประกันความเสี่ยงให้กับธนาคาร

  • ประการที่สี่ ยอดจำนวนเงินกู้


**การตรวจประเมินอสังหาริมทรัพย์ เราต้องจ่ายก่อนเสมอ อย่างต่ำ2500บาท

- เคยไปขอกู้มาสองที่ค่ะ


  • ที่แรก ธ.กสิกร


เค้าก็จะขอรายละเอียดเราหลายอย่าง เช่น บัตรเครดิต หรือว่าผ่อนอะไรอยู่ไหม ถามเรื่องงานบ้างนิดหน่อย
แต่เหมือนจะดูรายจ่ายเรา รายรับเราสินทรัพย์เรามากกว่า ก็ดูเสตทเม้นประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ก็ดูจากสมุดบัญชีได้เลย
ไม่อนุมัติก็ยังไม่มาประเมินบ้านค่ะ

  • ที่ที่สอง ธอส.


ก็เคยขอ เหมือนจะเน้นไปที่งานเรา ว่าเราทำงานอะไรยังไง งานดีก็ได้ง่าย ได้ไวหน่อย ถ้าอาชีพแปลกๆ โดนพิจารณานานมาก
แล้วก็ สเตทเม้น 1 ปี โดยต้องไปขอให้ธนาคารออกให้ด้วย จะซีรอกจากสมุดเองก็ไม่ให้ (ค่าขอแต่ละแบงค์ก็สักสองร้อยบาท)
มาประเมินบ้านที่จะซื้อไวมาก วันรุ่งขึ้นมาเลย ค่าประเมิน 2500 บาท

**อย่างไรลองไปขอดูนะคะ ทำบัญชีให้สวย ๆ มีเงินเก็บเยอะๆ เค้าจะได้ไม่ดูถูกเราเอาได้

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น